ภาวะการทำงานของตับอ่อน
ในผู้ป่วยเบาหวาน
ภาวะการทำงานของตับอ่อนในผู ้ป่วยเบาหวาน

#เรามาดูหลักการแพทย์วิถีธร รมของเราว่า โรคมันจะเกิดจะหายได้อย่างไร อาจารย์จะไล่โรคแต่ละโรคให้ ฟังแล้วก็จะเล่าให้ฟังว่ามันจะหายยังไง ฟังให้เข้าใจให้ชัดเลยจะได้ รู้ว่า อ้อเป็นไปเป็นมาอย่างนี้นี่ เอง

#ร้อนเย็นที่ไม่สมดุลนี่จะทำให้เป็นโรคได้ทุกโรคเรามาเริ่มต้นจากเบาหวานก่อนก็ได้ เบาหวานก็เกิดจากการมีพิษร้อนเย็นที่ไม่สมดุล เมื่อมีพิษร้อนเย็นที่ไม่สม ดุลเนี่ย พลังชีวิตของเราก็ต้องเกร็ง ตัวบีบเอาพิษร้อนเย็นที่ไม่สมดุลออก

#ซึ่งมันจะเป็น ร้อนเกิน เย็นเกิน หรือร้อนเย็นพันกันก็ได้นะแล้วชีวิตจะต้องสั่งให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวบีบเอาพิษที่ ไม่สมดุลออก เมื่อเกร็งตัวบีบเอาพิษที่ไม่สมดุลออกเนี่ยจะเกิดอะไรขึ้น

#เมื่อเป็นอย่างนั้น พิษมันเยอะ กล้ามเนื้อก็ต้องใช้พลังงาน เยอะในการเกร็งตัวบีบเอาพิษ ออก จะใช้พลังงานเยอะก็ต้องไปสั่งให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาให้มากๆให้ตับอ่อนนี่หลั่งอินซูลินออกมาให้มากๆ

#ตับอ่อนอยู่ใต้กระเพาะอยู่ ใกล้ๆกับตับ ตับอ่อนนั้นก็จะทำหน้าที่หลั่งอินซูลินออกมา อินซูลินจะไปจับกับน้ำตาลเขาจะไปจับกับน้ำตาลในกระแสเลือดเข้าไปเผาผลานที่ไมโตคอนเดรีย

#เข้าไปเผาผลานด้วยเครบส์ไซเคิลหรือวัฏจักรเครบส์ จับกับเนื้อเยื่อแล้วเขาจะเคลื่อนไปตรงไมโตคอนเดรี่ยแล้วก็ทำการเผาผลาน เผาผลานอาหารให้เป็นพลังงาน หรือเผาผลานน้ำตาลให้เป็นพลังงาน

#เอาล่ะเมื่อเกิดการเผาผลาญ ขึ้นจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเกิดการเผาผลานด้วยเครบส์ไซเคิลหรือวัฏจักรเครบส์ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มันได้พลังงานมาใช้ชุดหนึ่ง แล้วจะเกิดกรดและความร้อนที่เป็นของเสียขึ้นมาชุดหนึ่ง

#อย่างคาร์บอนไดออกไซด์นี่ก็เกิดขึ้นแน่นอน อย่างนี้เป็นต้น กรดแลคติคอย่างนี้เป็นต้น เขาก็จะเกิดขึ้น เอาล่ะเมื่อมีพิษอย่างนี้เกิดขึ้นจะอะไรต่อล่ะทีนี้เมื่อมีพิษอย่างนี้แล้วมันจะเป็นยังไง

#ทีนี้เมื่อชีวิตเรามีพิษเยอะมากเข้าๆ พิษมันเยอะมากเข้าตับอ่อนก็ต้องทำงานหนักเพื่อที่จะหลั่งอินซูลินออกมา หลั่งอินซูลินออกมาจับน้ำตาลมาที่ไมโตรคอนเดรียเพื่อจะ ผลิตพลังงานไปเกร็งตัวบีบเอาพิษออก

#เมื่อตับอ่อนทำงานหนัก ที่ตับอ่อนก็จะมีกรดแล็กติก คาร์บอนไดออกไซด์ สุรปแล้วมีกรดและความร้อนนี้เยอะ จะเกิดกรดและความร้อนนี่เยอะตกค้างที่ตับอ่อนเพราะทำงานหนักมันจะระบายออกไม่ทัน

#เมื่อระบายออกไม่ทันกล้ามเนื้อของตับอ่อนก็จะพยายามเกร็งตัวบีบออก กล้ามเนื้อก็จะเกร็งตัวบีบออก พยายามที่จะดันออกเซลล์ตับอ่อนก็พังหมด

#เซลล์ตับอ่อนพังก็หลั่งอินซูลินได้น้อยลงหรือไม่ได้ เมื่อหลั่งอินซูลินได้น้อยลงน้ำตาลก็ตกค้างเต็มเส้นเลือด ไม่มีตัวจับน้ำตาลมาเผาผลาน ที่ไมโตรคอนเดรีย

#เมื่อเป็นอย่างนี้เนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ตกลงน้ำตาลมันก็เอามาสลายไม่ได้ใช่ไหมมันก็กลายเป็นเบาหวานน้ำตาลก็สูงในเส้นเลือด

#คุณหมอก็ใช้วิธีแก้ก็คือ ทำยังไงก็ได้นะ วิธีแก้ก็คือให้กินยาบังคับ ให้ตับอ่อนนั้นหลั่งอินซูลินออกมา คนไข้ก็กินยาเข้าไปก็ไปบังคับให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมา บังคับให้ตับอ่อนนั้นทำงานเกินกำลัง

#หลั่งอินซูลินออกมาคือทำงานเกิน ปกติแต่เดิมก็เกินกำลังจนขา เดี้ยงขาเป๋หมดแล้วจนทำงานไม่ได้แล้วน่ะ มันหนักเกินน่ะเหมือนใครถูก บังคับให้ทำงานจนหมดสภาพน่ะ  พอเข้าใจไหมมันทำงานกันไม่ไหวแล้วน่ะ

#เหมือนกันน่ะเซลล์ก็เหมือน กันเขาทำงานไม่ไหวแล้วอ่ะ ก็ไปบังคับให้เขาทำต่ออีกเขาก็ทำเหมือนกันนะแต่ทำแบบทุลักทุเลอย่างนั้นอ่ะนะ ขาเดี้ยงขาเป๋หมดแล้วหมดสภาพแล้ว

#ก็ทำจนเกินพอดีมันก็เกิดพิษตกค้างในตับอ่อน แล้วกร้ามเนื้อเกร็งตัวบีบออกดันออกเซลล์ตับอ่อนพังหมด  พอเซลล์ตับอ่อนพังหมดแล้วที นี้วายเลยหลั่งอินซูลินไม่ได้เลยทีนี้

#พอหลั่งอินซูลินไม่ได้คุณห มอก็ให้ฉีดอินซูลินเข้าไปแทน ฉีดอินซูลินเข้าไปแทนก็ฉีดเข้าไปเสร็จก็ไปจับกับน้ำตาล ในเลือดมาเผาที่ไมโตรคอนเดรียนี่แหละ ตรงนี้แหละ

การเผาผลาญที่ไมโดรคอนเดรีย ก็เกิดพิษขึ้นมาอีก ทีนี้พิษมันก็เยอะน่ะสิเพราะว่าพิษที่ไม่สมดุลร้อนเย็น ก็ใส่เข้าไปเยอะ พิษของยาอีกพิษของการเผาผลา นอาหารให้เป็นพลังงานอีก เผาน้ำตาลให้เป็นพลังงาน

#โอ้โฮพิษเต็มไปหมดเลย กล้ามเนื้อก็พยายามที่จะเกร็งตัวบีบออกดันออกเซลล์พังหมดเลย ไมโตรคอนเดรียของเนื้อเยื่อ ก็พังเลยที่นี้ไม่ใช่ตับอ่อนที่เดียวแล้วทีนี้ทั้งตัวเลย ไมโตรคอนเดรียพังหมดเลยทีนี้ สลายน้ำตาลไม่ได้กลับมาเป็น เบาหวานเหมือนเดิม

#สุดท้ายก็กลับมาเป็นเบาหวานเหมือนเดิม คุณหมอจึงบอกว่าโรคเบาหวานรักษาไม่หาย แท้ที่จริงถ้าพูดให้ชัดกว่า นั้นคือ รักษาแบบท่านน่ะไม่หาย มันต้องพูดให้ชัดๆหน่อยแหม พูดยังไม่ถูกหรอกว่าโรคเบาหวานรักษาไม่หาย

#มันต้องบอกว่าโรคเบาหวานรักษาแบบท่านไม่หายอย่างนี้ พูดอย่างนี้ไม่ผิดหรอก แต่รักษาแบบอื่นอาจจะหายนะ อย่างของเราเนี่ยหายนะรักษา ถูกต้อง เดี๋ยวจะบอกว่าหายยังไง..

#นี้มันเป็นสัจจะอย่างนี้.. ความเจ็บป่วยในชีวิตมนุษย์เ ป็นอยู่เช่นนี้ หรือโรคอื่นๆๆๆอีกเยอะแยะไป หมดแหละพูดไม่ไหวมันเยอะ นั่นก็เกิดจากร้อนเย็นไม่สม ดุลทั้งหมดนั่นแหละ แต่จะเกิดอวัยวะไหนกลไกอย่างไรเท่านั่นเอง แต่กลไกหลักก็อย่างนี้ เกิดรีเฟล็กซ์เกิดการเกร็งตัวบีบออกพยามดันออกเซลล์ก็พังเสียโครงสร้างโครงรูปแล้ว ก็เสียหน้าที่...

#ทีนี้แล้วโรคจะหายได้อย่างไร 
ทีนี้เรามาดูว่าโรคนี่จะหาย ได้อย่างไร เมื่อกี๊บอกว่าโรคเกิดอย่าง นี้แหละ พระพุทธเจ้าตรัสว่าดับทุกข์ ต้องดับที่เหตุ ดับเหตุแห่งทุกข์ทุกข์จะดับ สุขก็จะเกิดขึ้นท่านก็ตรัสไว้อย่างนี้ (ในขุทกายนิกกายยธรรมปัททัง  ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ ข้อที่ ๕๙ และข้อที่ ๓๓ หรือใน ธรรมจักรกัปปัทวัตนสูตร พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า ดับทุกข์ต้องดับที่เหตุ ในอริยะสัจ ๔) นี้เป็นสัจจะอย่างนี้ในชีวิ ตมนุษย์

#ทีนี้เมื่อเป็นอย่างนี้ เหตุคืออะไร ตอนนี้เราเจาะไปที่ร้อนเย็น ไม่สมดุล เราเจาะเหตุไปที่ร้อนเย็นไม่สมดุล ยังไม่นับยังไม่พูดถึงเหตุคือวิบากร้ายนี่เอาไว้ก่อน

#แท้ที่จริงเหตุเป็นวิบากร้ายไปจับกับร้อนเย็นไม่สมดุล ไปก่อโรคตามจุดต่างๆ แต่เอาเถอะเราจะพูดถึงร้อนเย็นไม่สมดุลนี้ก่อน วิบากร้ายค่อยว่ากันอีกทีใน วันต่อๆไป

เหตุมันคือมันมีพิษร้อนเย็น ไม่สมดุล

ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)
๑๗ ก.พ. ๒๕๖๑

ที่มา : 610217.6_วิเคราะห์โรค โดย ดร ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) ณ ค่ายสุขภาพสวนป่านาบุญ ๑ อ ดอนตาล จ มุกดาหาร
 
เว็บไซต์เครื่อข่าย 
 
 
 

 
 
 

 
  
 
 
 

 
  

 
 
 
 

 
Powered by MakeWebEasy.com